1. จอภาพ (Monitor)
จอภาพ (Monitor) เป็นอุปกรณ์แสดงข้อมูลผลลัพธ์ (Output) มีรูปร่างลักษณะคล้ายเครื่องรับโทรทัศน์ สามารถแสดง ผลได้ทั้งตัวหนังสือ ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวจะแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ
1. จอซีอาร์ที (CRT : Cathode Ray Tube)
จอภาพซีอาร์ที เป็นจอภาพที่รับสัญญาณภาพแบบแอนะล็อก การทำงานจะใช้หลอดแก้วแสดงผลขนาดใหญ่ที่เรียกว่า หลอดรังสีคาโธด (Cathode ray tube) สร้างภาพด้วยการฉายแสงอิเลคตรอนไปยังด้านหลังของจอภาพ ซึ่งมีสารฟอสฟอรัสเคลือบอยู่ โดยสารนี้จะส่องสว่างเมื่อถูกแสงอิเลคตรอนตกกระทบ จึงทำให้เกิดภาพ แต่งเนื่องจากสารฟอสฟอรัสไม่สามารถส่องสว่างได้เป็นเวลานาน จึงจำเป็นต้องมีการฉายแสงใหม่ทุกระยะ ซึ่งเรียกว่าการรีเฟรซ โดยอัตราการรีเฟรซนั้นหมายถึง ความเร็วในการยิงอิเลคตรอนที่ทำให้เกิดจุดเรีองแสงขึ้นบนจอภาพ จุดดังกล่าวจะหายไปในเวลาไม่นาน จึงจำเป็นต้องมีการยิงแสงอิเลคตรอนซ้ำที่จุดเดิมตลอดเวลา ถ้าอัตราการยิงแสงเชื่องช้า ภาพก็จะกระตุก ส่งผลต่อสายตา จำเป็นต้องปรับอัตราการรีเฟรซ ให้เหมาะสม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับหลอดภาพโทรทัศน์ และตัวจอภาพก็มีลักษณะเหมือนจอภาพโทรทัศน์ จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสูงซึ่งมีผลให้เกิดความร้อนเมื่อใช้งานนาน ๆ แต่ข้อดีก็คือ ราคาถูก ไม่มีปัญหาจากการมองบางมุม
2. จอแอลซีดี (LCD : Liquid Crystal Display)
หน้าจอ LED (Light Emitting Diode)ใช้ระบบการฉายภาพด้วยหลอดไฟขนาดเล็ก ซึ่งได้มีการนำเทคโนโลยีของหลอดไฟ LED ไปใช้กับการทำเป็นไฟท้ายรถของรถยนต์ชื่อดังอย่าง Honda อีกด้วย โดยต้นกำเนิดของการใช้การฉายภาพแบบนี้ก็คือ หลอด LED จะทำหน้าที่เป็นตัวกำเนิดแสง และมีผลึกคริสตัลที่เป็นของแข็งกึ่งเหลว 3 สีคือสีแดง น้ำเงินและเขียว คอยบิดตัวกันเป็นองศาและเพื่อให้แสงไฟจากหลอด LED ส่องผ่านมาเพื่อทำให้ฉายออกไปเป็นภาพสีสันที่สวยงามบนหน้าจอได้นั่นเอง
สำหรับความแตกต่างโดยรวมของหน้าจอทั้ง 2 แบบก็คือ หน้าจอแบบ LED ยังไม่แพร่หลายมากนัก หากเทียบกับหน้าจอแบบ LCD เพราะหน้าจอ LED มีราคาที่ค่อนข้างแพงกว่า LCD แต่ได้เปรียบตรงที่หน้าจอ LED มีขนาดที่บางกว่า LCD และมีความสดของภาพที่ดีกว่า ขณะที่หน้าจอแบบ LCD ได้เปรียบตรงที่มีความสว่างมากกว่า และมีราคาที่ถูก แต่อาจจะเกิดอาการเพี้ยนของโทนสีในบางฉาก โดยเฉพาะกับสีแดง โทนสีที่เป็นสีท้องฟ้า